ReadyPlanet.com
dot
dot
ข้อมูลโรงเรียน
dot
bulletประวัติ
bulletปรัชญา+คติพจน์
bulletหลักสูตร
bulletเพลง มาร์ชแย้มวิทยการ
dot
บุคลากร 2564
dot
bulletเจ้าหน้าที่ธุรการ
bulletบุคลากรอนุบาล
bulletบุคลากรประถม
dot
กิจกรรมประจำวัน
dot
bulletกิจกรรมชมรม
bulletห้องเรียนวิทยาศาสตร์
bulletห้องเรียนดนตรี
bulletอาชีพที่น่าภาคภูมิใจ
bullet นักเรียนชั้น อนุบาล 3 ไปชมการทำงานของไปรษณีย์โพธาราม
bullet อนุบาล 2 ฝึกคัดแยกขยะ
bulletนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 ทำการทดลองการเกิดรุ้งกินน้ำ
bulletอนุบาล 3 ปลูกแตงโม
dot
โครงการอยู่อย่างพอเพียง
dot
bulletกิจกรรมออมน้อย ร้อยล้าน
bulletกิจกรรมถุงผ้ามหัศจรรย์
bulletกิจกรรมสเปรย์กันภัยจากยุงร้าย
bulletกิจกรรมผักปลอดสารพิษ ชีวิตสดใส
bulletกิจกรรมขยะจ๋า ฉันลาก่อน
bulletกิจกรรมห้องน้ำสะอาด ขจัดคราบ ไร้กลิ่น
bulletกิจกรรมจานชามสะอาด ปราศจากเคมี
dot
โครงการรู้หน้าที่ รู้วิธี พัฒนาคน
dot
bulletกิจกรรมส่งครบ จบแน่
bulletกิจกรรมทำจริง ดีจริง
bulletกิจกรรมมาไว ใจสบาย
bulletกิจกรรมห้องน้ำสดใส
bulletกิจกรรมเด็กแย้มวัยใส หัวใจสีขาว
bulletกิจกรรม หยิบง่าย หายรู้ ดูงามตา
dot
โครงการแย้มสดใส วินัยสุขสันต์
dot
bulletกิจกรรมการเดินแถว
bulletกิจกรรมแถวตรง ธำรงวินัย
bulletกิจกรรมถูกคู่ รู้ที่
bulletกิจกรรมการเข้าแถวซื้ออาหารตามลำดับก่อน-หลัง
bulletกิจกรรมการแต่งกาย
bulletกิจกรรมอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
dot
เศรษฐกิจพอเพียง
dot
bulletทำน้ำยาล้างจาน ป.6
bulletทำไข่เค็ม ป.5
bulletการแยกขยะ ป.4
bulletผักสวนครัวขวด ป.3
bulletสเปรย์ไล่ยุง ป.2
bulletกระเป๋าจากเสื้อ ป.1
bulletMy Teacher English
dot
การเรียนการสอนอนุบาล 2564
dot
bulletเตรียมอนุบาล
bulletอนุบาล 1/1
bulletอนุบาล 1/2
bulletอนุบาล 1/3
bulletอนุบาล 2/1
bulletอนุบาล 2/2
bulletอนุบาล 2/3
bulletอนุบาล 3/1
bulletอนุบาล 3/2
bulletอนุบาล 3/3
dot
แย้มสานสัมพันธ์
dot
bulletปี 2562
bulletปี 2563
dot
รายการอาหารกลางวัน
dot
bulletเดือนกรกฏาคม
bulletเดือนสิงหาคม
bulletเดือนกันยายน
bulletเดือนตุลาคม




ปี 2563

 แย้มสานสัมพันธ์

ปีที่ 19 ฉบับที่ 1เดือนกรกฏาคม-สิงหาคม 2563

 

ทักทายกันหน่อย

            สวัสดีค่ะท่านผู้ปกครองและนักเรียนทุกคน แย้มสานสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับแรกสำหรับปีการศึกษา 2563 ซึ่งในแย้มสานฉบับนี้มีสาระน่ารู้ดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเหมือนเดิมค่ะ            

**++**++**++**++**++**++**++**++**

ข่าววิชาการ

          ปีการศึกษาที่ผ่านมา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียน จำนวน           121 คน สามารถสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียน

ต่าง ๆ ดังนี้

1. โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี                                               41         คน

2. โรงเรียนเบญจมราชูทิศ                                                 32         คน

3.โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์                                         18         คน

4. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง       10         คน

            5. โรงเรียนนารีวิทยา                                                           3          คน

            6. โรงเรียนดรุณาราชบุรี                                                      3          คน

            7. โรงเรียนบางแพปฐมพิทยา                                              2          คน

            8. โรงเรียนนารีวุฒิ                                                              2          คน

            9. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม                  1          คน

            10. โรงเรียนสิริธรราชวิทยาลัย                                           1          คน

            11. โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย                                      1          คน

            12. โรงเรียน ภปร. ราชวิทยาลัย                                          1          คน

            13. โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย                                    1          คน

            14. โรงรเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย                                         1          คน

            15. โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา                                      1          คน

            16. โรงเรียนสันติราษฏร์วิทยาลัย                                       1          คน

            17. โรงเรียนบางสะพานวิทยา จ. ประจวบคีรีขันธ์             1          คน

            18. โรงเรียนมัธยมวัดไทรอารรีรักษ์                                   1          คน

ทางโรงเรียนขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคนด้วยนะคะ

กิจกรรมประจำเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

            16  กรกฎาคม 2563                      กิจกรรมวันไหว้ครู

            17  กรกฎาคม 2563                      กิจกรรมเลือกตั้งประธานนักเรียน

            20- 24 กรกฎาคม 2563                 กิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ

            24 กรกฎาคม 2563                      กิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.10

            7 สิงหาคม 2563                          กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ

            11 สิงหาคม 2563                        กิจกรรมประกวดมารยาทการไหว้ครั้งที่ 1

 

            ผู้ปกครองสามารถชมภาพกิจกรรมเหล่านี้ได้จากเว็บไซต์ของโรงเรียน  WWW.YAMVITAYACARN.COM

 

สำนวนไทยน่ารู้

             กินปูนร้อนท้อง หมายถึง ทำอาการมีพิรุธขึ้นเอง, แสดงอาการเดือดร้อนขึ้นเอง

ที่มา  :   https://teen.mthai.com/education/176913.html

 

สาระน่ารู้

ฮาวทูทิ้ง หน้ากากอนามัย ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

            หน้ากากอนามัยใช้ได้เพียงครั้งเดียว ไม่สามารถนำกลับมาใช้ช้ำได้อีกเป็นประโยคที่คุณหมอออกมาพูดเตือนเรื่องการใช้หน้ากากอนามัยที่ถูกวิธี หลายคนเคยได้ยินหรือเห็นตามข่าวที่เผยแพร่ออกมาในช่วงที่มีการระบาดโควิด-19 ช่วงแรกๆ ประชาชนตื่นตัวมากขึ้นในการสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกัน แต่ทว่าปัญหาที่ตามมาคือ การทิ้งหน้ากากอนามัยไม่ถูกวิธี เกิดเป็นขยะมูลฝอยติดเชื้อส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

            หน้ากากอนามัยเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับการป้องกันสิ่งปนเปื้อนในรูปแบบของเหลว เช่น น้ำลาย น้ำเหลือง และเลือด หรือละอองปนเปื้อนเชื้อ ซึ่งสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูกและปาก หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วถือเป็นขยะมูลฝอยติดเชื้อที่ต้องมีการกำจัดและทิ้งอย่างถูกวิธี ทั้งนี้ก็เพื่อการป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

            ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ทำให้ปริมาณการใช้หน้ากากอนามัยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เพราะนอกจากหน้ากากอนามัยจะถูกใช้ในทางการแพทย์แล้ว ประชาชนทั่วไปยังมีความต้องการใช้หน้ากากอนามัยเพิ่มมากขึ้นเพื่อป้องกันโควิด-19 ด้วยเช่นกัน เหตุนี้จึงทำให้มีจำนวนขยะอันตรายจากการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วไม่ถูกวิธีเป็นจำนวนมาก

 

            หากกำจัดไม่ถูกวิธีก็อาจเพิ่มโอกาสที่เชื้อโควิด-19 จะแพร่กระจายไปยังคนในชุมชนทั้งทางน้ำและทางอากาศ นอกจากจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของคนในชุมชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมได้ เพราะหน้ากากอนามัยมีส่วนประกอบที่ผลิตจากวัสดุย่อยสลายยาก เช่น พอลิโพรไพลีน (Polypropylene : PP) ทำให้มีปริมาณขยะมูลฝอยเป็นจำนวนมาก เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการใช้หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีว่า หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วหากเกิดการฉีกขาด ใส่แล้วไม่กระชับ หรือเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลายหรือเปียกน้ำให้เปลี่ยนใหม่ทันที ส่วนวิธีการกำจัดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว หากเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลให้ทิ้งลงในถังขยะติดเชื้อที่มีสัญลักษณ์แสดงให้เห็นชัดเจน ส่วนประชาชนทั่วไปให้ทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิด ที่สำคัญต้องล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งทั้งก่อนใส่และหลังทิ้งหน้ากากอนามัยเพื่อสุขอนามัยที่ดีแพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าว  

            ในส่วนของการคัดแยกและการจัดการขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งที่ สสส. ผลักดันให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักแก่สาธารณชนต่อสถานการณ์ขยะที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “Go Zero Waste ชีวิตใหม่ ไร้ขยะกระตุ้นให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการสร้างขยะในระดับบุคคล ชุมชน จนถึงระดับประเทศ

          ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงสถานการณ์ขยะมูลฝอยในประเทศไทยว่า ประเทศไทยสร้างปริมาณขยะทางทะเลและขยะมูลฝอย 27.4 ล้านตัน ติดอันดับ 6 ของโลก 1 ใน 5 ของปริมาณขยะทั้งหมดอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ใช้สินค้า ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาระดับโลก สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายสนับสนุนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อสร้าง

ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยหลากหลายวิธี

            7 ขั้นตอนการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง ซึ่งทำได้ง่ายๆ เพียง พับ ม้วน ทิ้งตามขั้นตอนดังนี้

            1. ถอดหน้ากากโดยห้ามสัมผัสด้านใน และด้านนอกของหน้ากาก

            2. พับ หรือม้วนหน้ากากเก็บส่วนที่สัมผัสร่างกายไว้ด้านใน

            3. ใช้สายรัดพันไว้รอบหน้ากาก

            4. ใส่ถุง (แยกกับขยะประเภทอื่น) พร้อมรัดปากถุงให้แน่น เพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อ              

            5. เขียนบนถุงขยะนั้นให้เห็นชัดเจนว่าเป็นขยะติดเชื้อ (หน้ากากอนามัยใช้แล้ว)

            6. ทิ้งลงในถังขยะติดเชื้อ (สีแดง) เพื่อเข้าสู่กระบวนการกำจัดเชื้อ

            7. ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่

            การทิ้งหน้ากากอนามัยแบบถูกวิธีเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันเพื่อลดปัญหาขยะมูลฝอย ลดการสร้างผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพราะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วไม่ใช่สิ่งไกลตัว สสส. และภาคีเครือข่ายร่วมสร้างความตระหนัก ปลุกจิตสำนึกใหม่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทย ลดการสร้างขยะมูลฝอย พร้อมหนุนเสริมให้ทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาขยะที่เป็นวาระแห่งชาติด้วยนวัตกรรม เพื่อลดปัจจัย    เสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ที่มา : https://www.thaihealth.or.th/Content/52485-ฮาวทูทิ้ง หน้ากากอนามัย ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม.html

 

มุมธรรมะ

           อมิตฺโต เมธาวี พาลานุกมฺปโก  อ่านว่า   อะมิดโต เมธาวี พาลานุกัมปะโก

                                                           แปลว่า   มีศัตรู เป็นบัณฑิตดีกว่ามีมิตรเป็นคนพาล

ที่มา : https://news.ch7.com/proverb/21/พุทธศาสนสุภาษิต.html

มุมสุขภาพ

กินผัก-ผลไม้ 400 กรัม สู้โควิด-19

            การกินผัก-ผลไม้ให้ได้สัดส่วน 400 กรัม ทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน แร่ธาตุที่เพียงพอ เป็นการช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานดีขึ้น เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคและเชื้อไวรัสต่างๆ โดยเฉพาะให้ภาวะโรคระบาด การเตรียมสุขภาพร่างกายให้พร้อมก็ช่วยลดความเสี่ยงลงได้ไม่มากก็น้อย

            ในภาวะที่โลกเต็มไปด้วยมลภาวะและไวรัสโควิด 19 ที่กำลังระบาดไปทั่วโลก การเตรียมร่างกายเราให้พร้อมจึงเป็นทางเลือกนึงที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆได้ ปรับพฤติกรรมการนอนเพิ่มการออกกำลังทางกายและเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ซึ่งทางองค์การอาหารการเกษตรแห่งสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำว่าควรกินผักและผลไม้เป็นประจำ สลับสับเปลี่ยนชนิดให้ได้อย่างน้อย 400 กรัมต่อคนต่อวัน เนื่องจากวิตามินในผลไม้หลากสีเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มสารที่ช่วยต้านการเกิดอนุมูลอิสระและช่วยเสริมสร้างความแข็งเกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกันที่มีตามธรรมชาติของเราให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นาทีนี้ต้องประโยชน์ดีๆ จากผักและผลไม้

            ผักและผลไม้นั้น ถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากต่อร่างกาย เต็มเปี่ยมไปด้วยสารพฤกษาเคมีต่างๆ (Phytonutrients or Phytochemicals) มักพบอยู่ตามเม็ดสีของพืช วิตามินและแร่ธาตุ ที่ช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ตลอดจนยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ ได้

ผักผู้กู้โรค เสริมกำลังภูมิคุ้มกัน

            - ผักสีเขียว บร็อคโคลี่ ผักโขม และผักใบที่มีสีเขียวจัดๆ มีสารคลอโรฟิลด์ (Chlorophyll) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านโรคมะเร็ง มีแร่ธาตุ วิตามิน และไฟเบอร์สูง

            - ผักสีเหลือง ฟักทอง ข้าวโพดเหลือง ดอกดาวเรือง มีสารลูทีน (Lutein) ช่วยบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกิดขึ้นกับจอประสาทตา

            - ผักสีเหลืองส้ม และส้มแดง ได้แก่ แครอท มะเขือพริกหวาน มีสารแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย บำรุงสายตา

            - ผักสีแดง อย่างพริกแดง มะเขือเทศ หัวบีทรูท มีสารไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิต้านทาน ชะลอความแก่ เสริมให้เซลล์ในร่างกายแข็งแรง

      - ผักสีม่วงแดงและสีม่วงน้ำเงิน เช่น ข้าวไรส์เบอร์รี่ กะหล่ำปลีสีม่วง แครอทสีม่วง และมันสีม่วงมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) มีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ในร่างกายลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตัน

            - ผัก-ผลไม้สีขาว เช่น กระเทียม เห็ด ขิง หอมใหญ่ หัวไชเท้า มีสารอัลลิซิน (Allicin) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันโรคความดันโลหิต และโรคหลอดเลือดหัวใจได้และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

            นอกจากนี้ ผักและผลไม้มีใยอาหาร ที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร และการขับถ่าย ซึ่งลำไส้นั้นถือเป็นที่อาศัยของของเซลล์ภูมิคุ้มกันกว่า 70% จึงทำให้สุขภาพของลำไส้มีความสำคัญในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเราเพื่อต่อสู้กับโรคต่างๆ

ผลไม้ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามิน

            ผลไม้ก็มีวิตามินที่มีประโยชน์มากมายโดยเฉพาะ ในยามที่เราต้องต่อสู้กับเชื้อโรค วิตามินซี (Ascobic Acid) เป็นวิตามินที่ร่างกายเราไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง ต้องได้รับจากการกินอาหารเท่านั้น

            ซึ่งวิตามินซีได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากว่า มีส่วนช่วยในการป้องกันและลดความรุนแรงของโรคหวัด จากคุณสมบัติที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค โรคภูมิแพ้  โรคที่มาจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้  

            ผลไม้แทบทุกชนิดที่มีรสเปรี้ยวจะมีวิตามินซีในปริมาณมาก ทั้งองุ่น ส้ม มะนาว สับปะรด แอปเปิ้ล เก๋ากี้ และลูกเบอร์รี่ชนิดต่างๆ นอกจากนี้ผักใบเขียวหลายชนิดก็มีวิตามินซีสูงเช่นกัน เช่น คะน้า มะรุม ปวยเล้ง และบล็อกโครี เป็นต้น

กินได้สัดส่วน 400 กรัมต่อคนต่อวัน

            แนะนำให้กินผักและผลไม้ให้ได้ตามส่วนที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ คือที่ 400 กรัม ต่อคนต่อวัน

            - แบ่งเป็นผักวันละ 6 ทัพพี (ผักที่ปรุงสุก จะมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 50 กรัม ต่อ 1 ทัพพี)

            - ผลไม้ 2-3 ส่วน ต่อวัน (ผลไม้ 1 ส่วนจะมีน้ำหนักประมาณ 80-100 กรัม)

            เลือกผักที่มีใยอาหารสูง กลาง ต่ำและเลือกผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมกับภาวะสุขภาพของตัวเอง สลับหมุนเวียนชนิดผักและผลไม้ให้หลากหลาย

            หากไม่มีเวลาหรือทำอาหารไม่เป็น การทานน้ำผักและผลไม้ปั่นหรือเสริมด้วยการดื่มน้ำผักและผลไม้ 100% ก็เป็นทางเลือกนึงที่สะดวกและง่ายมากขึ้น

เติมภูมิคุ้มกัน ต้องจัดให้ครบสูตร

            นอกจากการกินผักผลไม้ และอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นประจำ ก็มีส่วนในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้เช่นกัน เลือกกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เลือกสถานที่ปลอดภัย อากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงแดดส่องถึง ทำอย่างน้อย 30-40 นาที 3-4 วันต่อสัปดาห์

            อีกสิ่งนึงที่ไม่ควรมองข้ามและควรให้ความสำคัญคือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากมีงานวิจัยมากมายแสดงว่า ร่างกายเรานั้นจะสร้างระบบภูมิต้านทานขึ้นมาในระหว่างที่เราหลับสนิท นอนหลับ  อย่างมีคุณภาพให้ได้ 7-8 ชม.ต่อวัน และควรลดความเครียดทำใจให้สบาย เพื่อเป็นการลดการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายแล้วเตรียมพร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจ สู้โรคไปด้วยกัน

ที่มา : https://www.lovefitt.com/healthy-factd/กินผัก-ผลไม้-400 กรัม-สู้โควิท-19/

                                                                       **+**+**+**+**+**+**+**+**+**+**+**+**+**

 

 







Copyright © 2012 All Rights Reserved.
โรงเรียนแย้มวิทยการ 114 ถ. โพธาราม-บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี 70120 โทร 032231-336 Fax 032354-585 มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำวิชา พลานามัยดี